กระเพาะปลาที่ใช้เป็นยาจีน
มารู้จักกระเพาะปลาที่ใช้เป็นยาจีน
เผยแพร่: โดย: ผู้จัดการออนไลน์
โดย พชร ธนภัทรกุล
อาหารจีนที่ทำจากกระเพาะปลา ที่หลายคนรู้จักกันดี เช่น กระเพาะปลาน้ำแดง กระเพาะปลาผัดแห้ง กระเพาะปลาพวกนี้ เป็นกระเพาะปลาสำหรับปรุงอาหาร แต่ยังมีกระเพาะปลาอีกอย่างหนึ่งที่ชาวจีนใช้เป็นยา ชาวจีนถึงกับยกให้เป็น “โสมจากท้องทะเล”
และด้วยคุณสมบัติทางยาข้อนี้เอง ทำให้ครั้งหนึ่ง กระเพาะปลาที่ใช้ทำยา คือหนึ่งในเครื่องบรรณาการที่หัวเมืองทางใต้ของจีน ต้องจัดหาส่งไปถวายฮ่องเต้มาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง ดังปรากฎหลักฐานอยู่ในหนังสือชื่อ “ซินถังซู” (新唐书เสียงจีนกลาง หรือ New History of the Tang Dynasty) ที่ระบุว่า
“แคว้นอู๋ (คือมณฑลเจียงซูปัจจุบัน) ได้ส่งกระเพาะปลามาเป็นเครื่องราชบรรณาการทั้งสิ้น 7 ชั่ง”
กระเพาะปลาที่ใช้ทำยา ส่วนมากได้จากถุงลมของปลาหายชนิด ที่สำคัญๆ เช่น
ปลาโครกเกอร์เหลือง (Yellow croaker) หรือหวงหวี (黄鱼เสียงจีนกลาง)
ปลาสเตอเจียนจีน (Chinese sturgeon) หรือสวิ้นหวี (鲟鱼เสียงจีนกลาง)
ปลาเหมี่ยน หรือเหมี่ยนหวี (鮸鱼เสียงจีนกลาง) เรียกหมิ่นหวี(鳘鱼เสียงจีนกลาง) ก็มี และยังมีอีกชื่อว่า ปลาหวงฉุน หรือหวงฉุนหวี(黄唇鱼เสียงจีนกลาง) ที่บางคนเรียกปลาจวดยักษ์
ปลาหมิ่นหรือปลาเหมี่ยนอีกชนิด คือปลาหมิ่นทอง (金钱鳘鱼เสียงจีนกลาง) กระเพาะปลาของปลาชนิดนี้มีชื่อ จินเฉียนเปี้ยว (金钱鳔เสียงจีนกลาง หรือกิมจี่เผีย -เสียงแต้จิ๋ว) ที่หายากมาก ปัจจุบัน ในเมืองไทยน่าจะไม่มีแล้ว
และกระเพาะปลาอื่นๆ เช่น กระเพาะปลาซีแง้ กระเพาะปลากิมเล้ง เป็นต้น
การเตรียมกระเพาะปลามีสองวิธี คือ
วิธีแรก คือผ่าตัวกระเพาะปลาออก ลอกเส้นเลือดและเยื่อเมือกออกให้หมด กดแผ่เป็นแผ่นแบน แล้วตากแดดให้แห้ง หรือจะใช้สดเลยก็ได้
อีกวิธีคือ ต้มกระเพาะปลาให้หลอมละลาย จากนั้นตั้งทิ้งไว้ให้แห้ง กระเพาะอย่างนี้เรียกว่า เปี้ยวเจียว (鳔胶 เสียงจีนกลาง) หรือวุ้นกระเพาะปลา (isinglass) กระเพาะปลาที่ตากแห้งแล้วนี้ ส่วนมากจะกดทับเป็นแผ่นแบนกลมบาง สีเหลืองอ่อน มีลักษณะเป็นคิวติน (cutin) และมันวาวเล็กน้อย มีสายย้อยลงมาสองเส้น เนื้อแข็งเหนียว ฉีกขาดยาก ถ้าฉีกขาด จะเห็นลักษณะเป็นเส้นใยตรงรอยฉีกขาด แช่น้ำแล้วพองตัวง่าย ถ้าเอาไปต้มให้เดือด ก็จะหลอมละลายเกือบหมด เมื่อทิ้งไว้ให้เย็นตัวลง ที่หลอมละลายจนข้นหนาจะจับตัวแข็งเป็นแผ่นหรือแท่งกาวที่เหนียวมาก มีกลิ่นคาวเล็กน้อย รสจืด มีชื่อทางการค้าว่า หวีตู้ (鱼肚เสียงจีนกลาง) ส่วนที่ตัดเป็นเส้นเรียกว่า เสี้ยนหวีเจียว (线鱼胶เสียงจีนกลาง) หรือเส้นวุ้นกระเพาะปลา
ส่วนการเตรียมกระเพาะปลาเพื่อใช้เป็นยามีหลายวิธี เช่น
ย่างให้อ่อนตัวลงแล้วตัดเป็นท่อน นำไปตากแห้ง หรือจะเอามาคั่วในกาบหอย เช่น กาบหอยนางรม ที่บดป่นเป็นแป้งแล้วก็ได้ วิธีทำคือ ร่อนแป้งกาบหอยใส่ในกระทะ ตั้งไฟกลางให้ความร้อนจนแป้งเริ่มปะทุ จึงใส่ชิ้นกระเพาะปลา (หรือสมุนไพรอื่น) ลงไป พลิกคนไปเรื่อยๆ คั่วจนกระเพาะปลาพองฟูเป็นฟอง ตักขึ้นมาร่อนแป้งกาบหอยทิ้ง ตั้งทิ้งให้เย็นตัวลง ได้ฟองกระเพาะปลา จึงเอามาบดเป็นผง ผสมน้ำผึ้งเป็นยาลูกกลอน ซึ่งต้องรอให้เย็นตัวลงก่อนถึงจะนำมาใช้ได้ และอย่าใช้วิธีตำ เพราะจะเหนียวยืดจนทำลูกกลอนไม่ได้ ที่เอามาคั่วกับแป้งกาบหอย เพราะแป้งกาบหอยจะช่วยขจัดกลิ่นคาวและเพิ่มสรรพคุณทางสมุนไพรด้วย ซึ่งมักใช้กับพวกวุ้นกาว เพื่อให้ตัวสมุนไพรกรอบร่วน ง่ายต่อการนำไปปรุงยาหรือเข้าลูกกลอน เพื่อเพิ่มสรรพคุณดับร้อน ละลายเสมหะของกระเพาะปลา
กระเพาะปลาที่เป็นยาจีน มีชื่อเรียกหลากหลายมาก เช่น หวีเปี้ยว (鱼鳔 )หรือหื่อเผีย -เสียงแต้จิ๋ว หวีเจียว (鱼胶) หรือหื่อกา -เสียงแต้จิ๋ว เปี้ยว (鳔หรือเผีย -เสียงแต้จิ๋ว หวีตู้ (鱼肚) หวีเพา (鱼脬) หวีไป๋ (鱼白) ไป๋เปี้ยว (白鳔) จู๋อี๋ (鱁鮧) จู๋ถี (鱁鳀) เสวี้ยนเจียว (縼胶) เป็นต้น
ชื่อกระเพาะปลาทั้งหมดใช้เสียงจีนกลาง ชื่อไหนมีในภาษาแต้จิ๋ว ก็ได้ให้เสียงอ่านไว้ด้วย
นอกจากชื่อที่มีมากมายแล้ว กระเพาะปลาที่เป็นยา ยังมีการจำแนกเป็นกระเพาะปลาตัวผู้กับกระเพาะปลาตัวเมีย ซึ่งเป็นเรื่องที่หลายคนอาจไม่ทราบ การจำแนกกระเพาะปลาออกเป็นตัวผู้กับตัวเมีย ก็มาจากเพศของปลานั่นแหละ กระเพาะปลาตัวผู้มาจากปลาตัวผู้ กระเพาะปลาตัวเมียก็มาจากปลาตัวเมีย แต่ก็มีกระเพาะปลาบางชนิดที่ไม่แยกตัวผู้ตัวเมียด้วย
การสังเกตกระเพาะปลาไหนเป็นตัวผู้ ไหนเป็นตัวเมีย มักดูจากรูปทรง ขนาด ความหนา และลักษณะพิเศษบางอย่าง กล่าวคือ
กระเพาะปลาตัวผู้ มักมีรูปทรงคล้ายอานม้า คือกลางตัวค่อนข้างหนา แต่ขอบจะค่อนข้างบาง ตัวยาวเป็นรูปตัว V และที่เป็นจุดสังเกต คือ มีลายเส้นสีเหลืองทองหรือสีเกือบขาวอยู่สองเส้น ซึ่งไม่มีในกระเพาะปลาตัวเมีย ตัวที่มีเนื้อแน่น หนา แห้งสนิท มีสีเหลืองทอง กึ่งโปร่งใส ถือว่ามีคุณภาพดี ในคุณภาพระดับเดียวกัน กระเพาะปลาตัวผู้จะให้สรรพคุณดีกว่ากระเพาะปลาตัวเมีย
ส่วนกระเพาะปลาตัวเมีย มักมีรูปทรงกลมแบนราบ คล้ายแผ่นกระดาน มีลายเป็นเส้นขวางหรือเส้นคลื่น เนื้อหนา ในคุณภาพระดับเดียวกัน ราคาถูกกว่ากระเพาะปลาตัวผู้เกือบครึ่งต่อครึ่ง
การจะบอกว่า กระเพาะปลาตัวผู้หรือกระเพาะปลาตัวเมียอย่างไหนดีกว่ากัน มันขึ้นอยู่กับเหตุผลของแต่ละคน บางคนชอบกินกระเพาะปลาตัวเมียโดยเฉพาะตัวที่มีเนื้อหนาๆ กินนุ่มเหนียว เพราะมีสารคอลลอยด์มากกว่า แต่บางคนกลับนิยมกระเพาะปลาตัวผู้ เพราะเนื้อแน่น แต่นุ่มลื่น เข้าปากแล้วไม่ละลายง่ายๆ เคี้ยวกินรู้สึกได้ถึงแรงต้านการขบกัด
สรุปวิธีดูกระเพาะปลาตัวผู้กระเพาะปลาตัวเมียแบบง่ายๆ คือ
กระเพาะปลาตัวผู้ รูปร่างยาว เนื้อบาง มีเส้นสีเหลืองเกือบขาวอยู่สองเส้น
กระเพาะปลาตัวเมียมีรูปร่างกลมแบนราบ และเนื้อหนากว่าอย่างเห็นได้ชัดในเกรดเดียวกัน
นอกจากนี้ ยังต้องดูขนาด ความเก่าเก็บ ถึงจะบอกว่า กระเพาะปลาตัวผู้ดีกว่า แต่ถ้ากระเพาะปลาตัวผู้นั้นมีขนาดเล็ก แถมยังดูใหม่ นั้นก็อาจจะดีสู้กระเพาะปลาตัวเมียไม่ได้ กระเพาะปลาตัวเมียนั้นมีขนาดใหญ่กว่า และเก่าเก็บกว่า อย่างนี้ กระเพาะปลาตัวเมียก็ดีกว่า
พูดถึงกระเพาะปลาเก่าเก็บ เชื่อว่า หลายคนคงเคยได้ยินกันมาบ้างว่า คนจีนบางบ้านมีกระเพาะปลาเก่าเก็บไว้หลายสิบปี จุดประสงค์จริงๆที่เก็บกระเพาะปลาไว้ ก็เพื่อเอามาตุ๋นให้ลูกสาวหรือลูกสะใภ้กินในระหว่างตั้งครรภ์และหลังคลอดบุตรแล้ว โดยทั่วไปจะเริ่มตุ๋นกระเพาะปลาให้กินในช่วงที่มีอายุครรภ์ 4-5 เดือน และกินถี่มากขึ้นในช่วงก่อนคลอด เชื่อว่าจะช่วยให้หญิงนั้นมีสุขภาพดีสบายตัวขึ้นหลังคลอดบุตร นอกจากนี้ หลังผ่าตัดแล้ว 4-5 วัน ถ้าให้กินกระเพาะปลา จะช่วยให้แผลสมานตัวหายเร็วขึ้น
แต่เมื่อกระเพาะปลากลายเป็นของเก่าเก็บ ประกอบกับชนิดกระเพาะปลาเก่าที่เก็บไว้นานปี กระทั่งหลายสิบปี ทำให้กระเพาะปลาชนิดนั้นๆ กลายเป็นของหายาก จึงเกิดการซื้อขายกระเพาะปลาเก่ากันในราคาสูงลิ่วคล้ายการซื้อขายของเก่าหายากอย่างอื่นๆ ราคากระเพาะปลาเก่าจะสูงแค่ไหน ขึ้นอยู่กับชนิด (ปลาชนิดไหน) ดูสีโปร่งใสแค่ไหน ขนาดใหญ่เล็กและความหนาบาง ความสมบูรณ์ของตัวกระเพาะปลา กระเพาะปลาตัวผู้หรือตัวเมีย ดมกลิ่นต้องไม่มีกลิ่นคาวหรือกลิ่นเหม็น ต้องเก่าเก็บจริง กระเพาะปลาเก่าจะมีสีเข้ม ยิ่งเก่าสียิ่งเข้ม กระเพาะปลาเก่าจะใช้บำรุงร่างกายได้ดีกว่ากระเพาะปลาใหม่
และสุดท้าย ถ้ารู้แหล่งที่มาได้ก็ยิ่งดี เช่น ทะเลจีนตะวันออก ทะเลจีนใต้ (รวมประเทศที่ติดทะเล เช่น ไทย ฟิลิปปินส์) มหาสมุทรอินเดีย (อินเดีย พม่า) มหาสมุรแอตแลนติค (บราซิล อมเริกาใต้) โอเชี่ยนเนีย (นิวซีแลนด์) แหล่งที่มาของกระเพาะปลาเหล่านี้ เรียงตามลำดับคุณภาพของกระเพาะปลาที่ได้จากดีมากไปหาน้อย
อาหารจีนที่ทำจากกระเพาะปลา ที่หลายคนรู้จักกันดี เช่น กระเพาะปลาน้ำแดง กระเพาะปลาผัดแห้ง กระเพาะปลาพวกนี้ เป็นกระเพาะปลาสำหรับปรุงอาหาร แต่ยังมีกระเพาะปลาอีกอย่างหนึ่งที่ชาวจีนใช้เป็นยา ชาวจีนถึงกับยกให้เป็น “โสมจากท้องทะเล”
และด้วยคุณสมบัติทางยาข้อนี้เอง ทำให้ครั้งหนึ่ง กระเพาะปลาที่ใช้ทำยา คือหนึ่งในเครื่องบรรณาการที่หัวเมืองทางใต้ของจีน ต้องจัดหาส่งไปถวายฮ่องเต้มาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง ดังปรากฎหลักฐานอยู่ในหนังสือชื่อ “ซินถังซู” (新唐书เสียงจีนกลาง หรือ New History of the Tang Dynasty) ที่ระบุว่า
“แคว้นอู๋ (คือมณฑลเจียงซูปัจจุบัน) ได้ส่งกระเพาะปลามาเป็นเครื่องราชบรรณาการทั้งสิ้น 7 ชั่ง”
กระเพาะปลาที่ใช้ทำยา ส่วนมากได้จากถุงลมของปลาหายชนิด ที่สำคัญๆ เช่น
ปลาโครกเกอร์เหลือง (Yellow croaker) หรือหวงหวี (黄鱼เสียงจีนกลาง)
ปลาสเตอเจียนจีน (Chinese sturgeon) หรือสวิ้นหวี (鲟鱼เสียงจีนกลาง)
ปลาเหมี่ยน หรือเหมี่ยนหวี (鮸鱼เสียงจีนกลาง) เรียกหมิ่นหวี(鳘鱼เสียงจีนกลาง) ก็มี และยังมีอีกชื่อว่า ปลาหวงฉุน หรือหวงฉุนหวี(黄唇鱼เสียงจีนกลาง) ที่บางคนเรียกปลาจวดยักษ์
ปลาหมิ่นหรือปลาเหมี่ยนอีกชนิด คือปลาหมิ่นทอง (金钱鳘鱼เสียงจีนกลาง) กระเพาะปลาของปลาชนิดนี้มีชื่อ จินเฉียนเปี้ยว (金钱鳔เสียงจีนกลาง หรือกิมจี่เผีย -เสียงแต้จิ๋ว) ที่หายากมาก ปัจจุบัน ในเมืองไทยน่าจะไม่มีแล้ว
และกระเพาะปลาอื่นๆ เช่น กระเพาะปลาซีแง้ กระเพาะปลากิมเล้ง เป็นต้น
การเตรียมกระเพาะปลามีสองวิธี คือ
วิธีแรก คือผ่าตัวกระเพาะปลาออก ลอกเส้นเลือดและเยื่อเมือกออกให้หมด กดแผ่เป็นแผ่นแบน แล้วตากแดดให้แห้ง หรือจะใช้สดเลยก็ได้
อีกวิธีคือ ต้มกระเพาะปลาให้หลอมละลาย จากนั้นตั้งทิ้งไว้ให้แห้ง กระเพาะอย่างนี้เรียกว่า เปี้ยวเจียว (鳔胶 เสียงจีนกลาง) หรือวุ้นกระเพาะปลา (isinglass) กระเพาะปลาที่ตากแห้งแล้วนี้ ส่วนมากจะกดทับเป็นแผ่นแบนกลมบาง สีเหลืองอ่อน มีลักษณะเป็นคิวติน (cutin) และมันวาวเล็กน้อย มีสายย้อยลงมาสองเส้น เนื้อแข็งเหนียว ฉีกขาดยาก ถ้าฉีกขาด จะเห็นลักษณะเป็นเส้นใยตรงรอยฉีกขาด แช่น้ำแล้วพองตัวง่าย ถ้าเอาไปต้มให้เดือด ก็จะหลอมละลายเกือบหมด เมื่อทิ้งไว้ให้เย็นตัวลง ที่หลอมละลายจนข้นหนาจะจับตัวแข็งเป็นแผ่นหรือแท่งกาวที่เหนียวมาก มีกลิ่นคาวเล็กน้อย รสจืด มีชื่อทางการค้าว่า หวีตู้ (鱼肚เสียงจีนกลาง) ส่วนที่ตัดเป็นเส้นเรียกว่า เสี้ยนหวีเจียว (线鱼胶เสียงจีนกลาง) หรือเส้นวุ้นกระเพาะปลา
ส่วนการเตรียมกระเพาะปลาเพื่อใช้เป็นยามีหลายวิธี เช่น
ย่างให้อ่อนตัวลงแล้วตัดเป็นท่อน นำไปตากแห้ง หรือจะเอามาคั่วในกาบหอย เช่น กาบหอยนางรม ที่บดป่นเป็นแป้งแล้วก็ได้ วิธีทำคือ ร่อนแป้งกาบหอยใส่ในกระทะ ตั้งไฟกลางให้ความร้อนจนแป้งเริ่มปะทุ จึงใส่ชิ้นกระเพาะปลา (หรือสมุนไพรอื่น) ลงไป พลิกคนไปเรื่อยๆ คั่วจนกระเพาะปลาพองฟูเป็นฟอง ตักขึ้นมาร่อนแป้งกาบหอยทิ้ง ตั้งทิ้งให้เย็นตัวลง ได้ฟองกระเพาะปลา จึงเอามาบดเป็นผง ผสมน้ำผึ้งเป็นยาลูกกลอน ซึ่งต้องรอให้เย็นตัวลงก่อนถึงจะนำมาใช้ได้ และอย่าใช้วิธีตำ เพราะจะเหนียวยืดจนทำลูกกลอนไม่ได้ ที่เอามาคั่วกับแป้งกาบหอย เพราะแป้งกาบหอยจะช่วยขจัดกลิ่นคาวและเพิ่มสรรพคุณทางสมุนไพรด้วย ซึ่งมักใช้กับพวกวุ้นกาว เพื่อให้ตัวสมุนไพรกรอบร่วน ง่ายต่อการนำไปปรุงยาหรือเข้าลูกกลอน เพื่อเพิ่มสรรพคุณดับร้อน ละลายเสมหะของกระเพาะปลา
กระเพาะปลาที่เป็นยาจีน มีชื่อเรียกหลากหลายมาก เช่น หวีเปี้ยว (鱼鳔 )หรือหื่อเผีย -เสียงแต้จิ๋ว หวีเจียว (鱼胶) หรือหื่อกา -เสียงแต้จิ๋ว เปี้ยว (鳔หรือเผีย -เสียงแต้จิ๋ว หวีตู้ (鱼肚) หวีเพา (鱼脬) หวีไป๋ (鱼白) ไป๋เปี้ยว (白鳔) จู๋อี๋ (鱁鮧) จู๋ถี (鱁鳀) เสวี้ยนเจียว (縼胶) เป็นต้น
ชื่อกระเพาะปลาทั้งหมดใช้เสียงจีนกลาง ชื่อไหนมีในภาษาแต้จิ๋ว ก็ได้ให้เสียงอ่านไว้ด้วย
นอกจากชื่อที่มีมากมายแล้ว กระเพาะปลาที่เป็นยา ยังมีการจำแนกเป็นกระเพาะปลาตัวผู้กับกระเพาะปลาตัวเมีย ซึ่งเป็นเรื่องที่หลายคนอาจไม่ทราบ การจำแนกกระเพาะปลาออกเป็นตัวผู้กับตัวเมีย ก็มาจากเพศของปลานั่นแหละ กระเพาะปลาตัวผู้มาจากปลาตัวผู้ กระเพาะปลาตัวเมียก็มาจากปลาตัวเมีย แต่ก็มีกระเพาะปลาบางชนิดที่ไม่แยกตัวผู้ตัวเมียด้วย
การสังเกตกระเพาะปลาไหนเป็นตัวผู้ ไหนเป็นตัวเมีย มักดูจากรูปทรง ขนาด ความหนา และลักษณะพิเศษบางอย่าง กล่าวคือ
กระเพาะปลาตัวผู้ มักมีรูปทรงคล้ายอานม้า คือกลางตัวค่อนข้างหนา แต่ขอบจะค่อนข้างบาง ตัวยาวเป็นรูปตัว V และที่เป็นจุดสังเกต คือ มีลายเส้นสีเหลืองทองหรือสีเกือบขาวอยู่สองเส้น ซึ่งไม่มีในกระเพาะปลาตัวเมีย ตัวที่มีเนื้อแน่น หนา แห้งสนิท มีสีเหลืองทอง กึ่งโปร่งใส ถือว่ามีคุณภาพดี ในคุณภาพระดับเดียวกัน กระเพาะปลาตัวผู้จะให้สรรพคุณดีกว่ากระเพาะปลาตัวเมีย
ส่วนกระเพาะปลาตัวเมีย มักมีรูปทรงกลมแบนราบ คล้ายแผ่นกระดาน มีลายเป็นเส้นขวางหรือเส้นคลื่น เนื้อหนา ในคุณภาพระดับเดียวกัน ราคาถูกกว่ากระเพาะปลาตัวผู้เกือบครึ่งต่อครึ่ง
การจะบอกว่า กระเพาะปลาตัวผู้หรือกระเพาะปลาตัวเมียอย่างไหนดีกว่ากัน มันขึ้นอยู่กับเหตุผลของแต่ละคน บางคนชอบกินกระเพาะปลาตัวเมียโดยเฉพาะตัวที่มีเนื้อหนาๆ กินนุ่มเหนียว เพราะมีสารคอลลอยด์มากกว่า แต่บางคนกลับนิยมกระเพาะปลาตัวผู้ เพราะเนื้อแน่น แต่นุ่มลื่น เข้าปากแล้วไม่ละลายง่ายๆ เคี้ยวกินรู้สึกได้ถึงแรงต้านการขบกัด
สรุปวิธีดูกระเพาะปลาตัวผู้กระเพาะปลาตัวเมียแบบง่ายๆ คือ
กระเพาะปลาตัวผู้ รูปร่างยาว เนื้อบาง มีเส้นสีเหลืองเกือบขาวอยู่สองเส้น
กระเพาะปลาตัวเมียมีรูปร่างกลมแบนราบ และเนื้อหนากว่าอย่างเห็นได้ชัดในเกรดเดียวกัน
นอกจากนี้ ยังต้องดูขนาด ความเก่าเก็บ ถึงจะบอกว่า กระเพาะปลาตัวผู้ดีกว่า แต่ถ้ากระเพาะปลาตัวผู้นั้นมีขนาดเล็ก แถมยังดูใหม่ นั้นก็อาจจะดีสู้กระเพาะปลาตัวเมียไม่ได้ กระเพาะปลาตัวเมียนั้นมีขนาดใหญ่กว่า และเก่าเก็บกว่า อย่างนี้ กระเพาะปลาตัวเมียก็ดีกว่า
พูดถึงกระเพาะปลาเก่าเก็บ เชื่อว่า หลายคนคงเคยได้ยินกันมาบ้างว่า คนจีนบางบ้านมีกระเพาะปลาเก่าเก็บไว้หลายสิบปี จุดประสงค์จริงๆที่เก็บกระเพาะปลาไว้ ก็เพื่อเอามาตุ๋นให้ลูกสาวหรือลูกสะใภ้กินในระหว่างตั้งครรภ์และหลังคลอดบุตรแล้ว โดยทั่วไปจะเริ่มตุ๋นกระเพาะปลาให้กินในช่วงที่มีอายุครรภ์ 4-5 เดือน และกินถี่มากขึ้นในช่วงก่อนคลอด เชื่อว่าจะช่วยให้หญิงนั้นมีสุขภาพดีสบายตัวขึ้นหลังคลอดบุตร นอกจากนี้ หลังผ่าตัดแล้ว 4-5 วัน ถ้าให้กินกระเพาะปลา จะช่วยให้แผลสมานตัวหายเร็วขึ้น
แต่เมื่อกระเพาะปลากลายเป็นของเก่าเก็บ ประกอบกับชนิดกระเพาะปลาเก่าที่เก็บไว้นานปี กระทั่งหลายสิบปี ทำให้กระเพาะปลาชนิดนั้นๆ กลายเป็นของหายาก จึงเกิดการซื้อขายกระเพาะปลาเก่ากันในราคาสูงลิ่วคล้ายการซื้อขายของเก่าหายากอย่างอื่นๆ ราคากระเพาะปลาเก่าจะสูงแค่ไหน ขึ้นอยู่กับชนิด (ปลาชนิดไหน) ดูสีโปร่งใสแค่ไหน ขนาดใหญ่เล็กและความหนาบาง ความสมบูรณ์ของตัวกระเพาะปลา กระเพาะปลาตัวผู้หรือตัวเมีย ดมกลิ่นต้องไม่มีกลิ่นคาวหรือกลิ่นเหม็น ต้องเก่าเก็บจริง กระเพาะปลาเก่าจะมีสีเข้ม ยิ่งเก่าสียิ่งเข้ม กระเพาะปลาเก่าจะใช้บำรุงร่างกายได้ดีกว่ากระเพาะปลาใหม่
และสุดท้าย ถ้ารู้แหล่งที่มาได้ก็ยิ่งดี เช่น ทะเลจีนตะวันออก ทะเลจีนใต้ (รวมประเทศที่ติดทะเล เช่น ไทย ฟิลิปปินส์) มหาสมุทรอินเดีย (อินเดีย พม่า) มหาสมุรแอตแลนติค (บราซิล อมเริกาใต้) โอเชี่ยนเนีย (นิวซีแลนด์) แหล่งที่มาของกระเพาะปลาเหล่านี้ เรียงตามลำดับคุณภาพของกระเพาะปลาที่ได้จากดีมากไปหาน้อย
เราจะมาพูดถึงสรรพคุณหรือประโยชน์ทางยาของกระเพาะปลากัน
ในตำราสมุนไพรจีนระบุถึง สรรพคุณของกระเพาะปลาไว้ว่า มีฤทธิ์กลาง รสหวาน ใช้บำรุงเลือด ห้ามเลือด บำรุงไตให้แข็งแรงขึ้น เสริมสร้างกล้ามเนื้อ เพิ่มพูนกำลังวังชา บำรุงผิวพรรณให้เนียนกระชับเปล่งปลั่ง ช่วยเพิ่มน้ำนมในสตรีหลังคลอดบุตร และบรรเทาอาการหลงลืมนอนไม่หลับในผู้สูงวัย
ในตำราสมุนไพรเล่มสำคัญของจีน “ปึงเช่ากังมัก” (本草纲目 Compendium of Materia Medic ที่เรียบเรียงโดยนักเภสัชศาสตร์คนสำคัญในสมัยราชวงศ์หมิง หลี่สือเจิน ระบุว่า
“(กระเพาะปลา) มีรสหวาน ฤทธิ์กลาง ไม่มีพิษ ให้สรรพคุณบำรุงไต เพิ่มกำลังวังชา...”
หนังสือสมุนไพรจีนเล่มอื่นๆ ล้วนระบุไว้ใกล้เคียงกันว่า กระเพาะปลาใช้บำรุงเลี้ยงเส้นเลือดเส้นเอ็น ห้ามเลือด ละลายลิ่มเลือด ละลายก้อนเสมหะ แก้บวม ใช้เพื่อบำบัดอาการไตหย่อนสมรรถภาพ บาดทะยัก บาดแผลมีเลือดออก ริดสีดวงทวาร เป็นต้น
ปัจจุบัน วงการแพทย์แผนจีนยังเห็นว่า กระเพาะปลาให้สรรพคุณเสริมการบำบัดอาการโรคเบาหวาน ต้อกระจก หอบหืด กระดูกพรุน และมะเร็งทางเดินอาหารและกระเพาะอาหารแม้แต่การบำรุงผิวพรรณ ก็มีการใช้กัน ถือเป็นของบำรุงที่ดีอย่างหนึ่ง
การใช้กระเพาะปลาเพื่อเป็นยา ให้ใช้เพียง ๑๕-๒๕ กรัม ต้มน้ำ เคี่ยว ป่นทำลูกกลอน หรือบดผงรับประทาน ถ้าใช้ภายนอก ให้หลอมละลายแล้วพอกบริเวณที่เป็น ข้อพึงระวังคือ ผู้ที่มีสารเหลวคั่งค้างมากในร่างกาย เบื่ออาหารที่เป็นผลจากอาการเจ็บป่วย ห้ามรับประทาน
ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างอาหารตำรับยาจากกระเพาะปลาที่เป็นการบำบัดทางเลือก
๑. กระเพาะปลา ๘๐ กรัม น้ำมันงา ๑๐๐ กรัม ล้างกระเพาะปลาให้สะอาด ผึ่งแห้ง ตั้งน้ำมันงาในกระทะให้ร้อนสัก ๘ ส่วน จึงทยอยใส่กระเพาะปลาลงทอดจนกรอบ ตักขึ้น ตั้งไว้ให้เย็นตัวลง บดละเอียด เอาใส่ขวดปิดฝาให้สนิทเพื่อป้องกันความชื้น รับประทานวันละ ๒ ครั้งๆละ ๓ กรัมด้วยน้ำนมผึ้ง (Royal jelly) ให้สรรพคุณเสริมสร้างร่างกาย เพิ่มพูนกำลังวังชา เหมาะสำหรับแก้อาการเหนื่อยล้า ไม่มีเรี่ยวแรง โดยเฉพาะอาการอ่อนเพลียจากการใช้สมอง
๒. กระเพาะปลาและตังกุยอย่างละ ๑๐ กรัม ลูกจ๊อ ๑๐ ลูก ต้มน้ำดื่มวันละ ๒ ครั้ง เป็นประจำ ให้สรรพคุณบำรุงเลือด บำรุงผิวพรรณ บำบัดอาการโลหิตจางชนิด aplastic anemia
๓. กระเพาะปลา ๑๕-๓๐ กรัม น้ำตาลกรวด ๓๐-๖๐ กรัม อั่งจ้อ (พุทราจีน) เห็ดหูหนูขาว (แช่น้ำให้พองนุ่ม) นำทุกอย่างใส่หม้อตุ๋นกระเบื้องเคลือบ เติมน้ำปิดฝา ตุ๋นนาน 3-4 ชั่วโมง กินวันละครั้ง ติดต่อกันหลายวัน ให้สรรพคุณห้ามเลือด แก้บวม บำรุงผิวพรรณ เหมาะสำหรับหญิงหลังมีรอบเดือน
แถมท้ายด้วยสูตรอาหารสำหรับคุณผู้หญิงโดยเฉพาะ ด้วยกระเพาะปลามีสรรพคุณบำรุงเลือด บำรุงผิวพรรณ ดังนั้น คุณผู้หญิงที่เริ่มมีริ้วรอยบนใบหน้า แนะนำให้กินกระเพาะปลาตุ๋นเนื้อ เนื้อที่ใช้อาจเป็นกระดูกซี่โครงหมู ไก่ดำ หรือแม้แต่กบก็ได้ เครื่องยาจีนก็มีขิงสด ห่วยซัว เก๋ากี้ ล้างเครื่องปรุงทุกอย่างให้สะอาด เอาใส่ในชามตุ๋น เติมน้ำพอประมาณปิดฝา นำไปนึ่งตุ๋นด้วยไฟอ่อน 3 ชั่วโมง เติมเกลือปรุงรส ได้กระเพาะปลาตุ๋นเนื้อและยาจีนไว้บำรุงผิวพรรณ
ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวของกระเพาะปลา สิ่งที่ดูสกปรก ไร้ค่า ไร้ประโยชน์ และอาจถูกโยนทิ้งได้ง่าย ซึ่งชาวจีนทำให้กลายเป็น “ของดีมีค่าจากท้องทะเล” เป็นยา
ในตำราสมุนไพรจีนระบุถึง สรรพคุณของกระเพาะปลาไว้ว่า มีฤทธิ์กลาง รสหวาน ใช้บำรุงเลือด ห้ามเลือด บำรุงไตให้แข็งแรงขึ้น เสริมสร้างกล้ามเนื้อ เพิ่มพูนกำลังวังชา บำรุงผิวพรรณให้เนียนกระชับเปล่งปลั่ง ช่วยเพิ่มน้ำนมในสตรีหลังคลอดบุตร และบรรเทาอาการหลงลืมนอนไม่หลับในผู้สูงวัย
ในตำราสมุนไพรเล่มสำคัญของจีน “ปึงเช่ากังมัก” (本草纲目 Compendium of Materia Medic ที่เรียบเรียงโดยนักเภสัชศาสตร์คนสำคัญในสมัยราชวงศ์หมิง หลี่สือเจิน ระบุว่า
“(กระเพาะปลา) มีรสหวาน ฤทธิ์กลาง ไม่มีพิษ ให้สรรพคุณบำรุงไต เพิ่มกำลังวังชา...”
หนังสือสมุนไพรจีนเล่มอื่นๆ ล้วนระบุไว้ใกล้เคียงกันว่า กระเพาะปลาใช้บำรุงเลี้ยงเส้นเลือดเส้นเอ็น ห้ามเลือด ละลายลิ่มเลือด ละลายก้อนเสมหะ แก้บวม ใช้เพื่อบำบัดอาการไตหย่อนสมรรถภาพ บาดทะยัก บาดแผลมีเลือดออก ริดสีดวงทวาร เป็นต้น
ปัจจุบัน วงการแพทย์แผนจีนยังเห็นว่า กระเพาะปลาให้สรรพคุณเสริมการบำบัดอาการโรคเบาหวาน ต้อกระจก หอบหืด กระดูกพรุน และมะเร็งทางเดินอาหารและกระเพาะอาหารแม้แต่การบำรุงผิวพรรณ ก็มีการใช้กัน ถือเป็นของบำรุงที่ดีอย่างหนึ่ง
การใช้กระเพาะปลาเพื่อเป็นยา ให้ใช้เพียง ๑๕-๒๕ กรัม ต้มน้ำ เคี่ยว ป่นทำลูกกลอน หรือบดผงรับประทาน ถ้าใช้ภายนอก ให้หลอมละลายแล้วพอกบริเวณที่เป็น ข้อพึงระวังคือ ผู้ที่มีสารเหลวคั่งค้างมากในร่างกาย เบื่ออาหารที่เป็นผลจากอาการเจ็บป่วย ห้ามรับประทาน
ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างอาหารตำรับยาจากกระเพาะปลาที่เป็นการบำบัดทางเลือก
๑. กระเพาะปลา ๘๐ กรัม น้ำมันงา ๑๐๐ กรัม ล้างกระเพาะปลาให้สะอาด ผึ่งแห้ง ตั้งน้ำมันงาในกระทะให้ร้อนสัก ๘ ส่วน จึงทยอยใส่กระเพาะปลาลงทอดจนกรอบ ตักขึ้น ตั้งไว้ให้เย็นตัวลง บดละเอียด เอาใส่ขวดปิดฝาให้สนิทเพื่อป้องกันความชื้น รับประทานวันละ ๒ ครั้งๆละ ๓ กรัมด้วยน้ำนมผึ้ง (Royal jelly) ให้สรรพคุณเสริมสร้างร่างกาย เพิ่มพูนกำลังวังชา เหมาะสำหรับแก้อาการเหนื่อยล้า ไม่มีเรี่ยวแรง โดยเฉพาะอาการอ่อนเพลียจากการใช้สมอง
๒. กระเพาะปลาและตังกุยอย่างละ ๑๐ กรัม ลูกจ๊อ ๑๐ ลูก ต้มน้ำดื่มวันละ ๒ ครั้ง เป็นประจำ ให้สรรพคุณบำรุงเลือด บำรุงผิวพรรณ บำบัดอาการโลหิตจางชนิด aplastic anemia
๓. กระเพาะปลา ๑๕-๓๐ กรัม น้ำตาลกรวด ๓๐-๖๐ กรัม อั่งจ้อ (พุทราจีน) เห็ดหูหนูขาว (แช่น้ำให้พองนุ่ม) นำทุกอย่างใส่หม้อตุ๋นกระเบื้องเคลือบ เติมน้ำปิดฝา ตุ๋นนาน 3-4 ชั่วโมง กินวันละครั้ง ติดต่อกันหลายวัน ให้สรรพคุณห้ามเลือด แก้บวม บำรุงผิวพรรณ เหมาะสำหรับหญิงหลังมีรอบเดือน
แถมท้ายด้วยสูตรอาหารสำหรับคุณผู้หญิงโดยเฉพาะ ด้วยกระเพาะปลามีสรรพคุณบำรุงเลือด บำรุงผิวพรรณ ดังนั้น คุณผู้หญิงที่เริ่มมีริ้วรอยบนใบหน้า แนะนำให้กินกระเพาะปลาตุ๋นเนื้อ เนื้อที่ใช้อาจเป็นกระดูกซี่โครงหมู ไก่ดำ หรือแม้แต่กบก็ได้ เครื่องยาจีนก็มีขิงสด ห่วยซัว เก๋ากี้ ล้างเครื่องปรุงทุกอย่างให้สะอาด เอาใส่ในชามตุ๋น เติมน้ำพอประมาณปิดฝา นำไปนึ่งตุ๋นด้วยไฟอ่อน 3 ชั่วโมง เติมเกลือปรุงรส ได้กระเพาะปลาตุ๋นเนื้อและยาจีนไว้บำรุงผิวพรรณ
ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวของกระเพาะปลา สิ่งที่ดูสกปรก ไร้ค่า ไร้ประโยชน์ และอาจถูกโยนทิ้งได้ง่าย ซึ่งชาวจีนทำให้กลายเป็น “ของดีมีค่าจากท้องทะเล” เป็นยา
กระเพาะปลาทำมาจากอะไร ใช่กระเพาะของปลาจริงหรือไม่
- Details
- Category: อาหาร เครื่องดื่ม

กระเพาะปลาทำมาจากอะไร ใช่กระเพาะของปลาจริงหรือไม่
กระเพาะปลาทำมาจากอะไร ทำมาจากส่วนที่เป็นของกระเพาะอาหารของปลาจริงหรือไม่? กระเพาะปลา (Dried Fish Maw) ที่นำเรารับประทานกันนั้นไม่ใช่ส่วนที่เป็นกระเพาะอาหารของปลา แต่ได้มาจากถุงลม (Swim Bladder) ของปลาหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า กระเพาะลม ซึ่งจะทำหน้าที่ควบคุมการลอยตัวของปลา แล้วเวลาที่เราทานกระเพาะปลาตามร้านอาหารทั่วไป จะสังเกตุว่ากระเพาะปลานั้นจะมีความเหนียวหยุ่น ชิ้นใหญ่ หนานุ่มลิ้น แต่พอไปรับประทานในภัตตาคารจีนแพงๆ กระเพาะปลาก็จะมีลักษณะที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง คือมีขนาดทีเล็กกว่าแต่ราคากลับแพงเป็นสิบเท่า ทีเป็นเช่นนั้นก็เพราะว่า กระเพาะปลาที่นำมาปรุงเป็นอาหารเป็นกระเพาะปลาคนละชนิดกันนั่นเอง
กระเพาะปลามีอยู่ 2 ประเภทด้วยกันคือ
1. กระเพาะปลาแห้งหรือกระเพาะปลาทอด จะมีลักษณะพองกรอบสีเหลือง เมื่อนำมาอาหารเนื้อจะหยุ่นๆ แบบที่ขายกันตามร้านอาหารทั่วไป ได้จากการนำถุงลมของปลาไปทอดจนพองและกรอบน่ารับประทาน
2. กระเพาะปลาสด มักมีขายกันเฉพาะในภัตตาคาร เช่น กระเพาะปลาที่ขายตามภัตตาคาร หูฉลามไชน่าทาวน์สกาล่า จะเป็นกระเพาะปลาสดอย่างดี ราคาอยู่ที่ประมาณ 800 บาท ที่ราคาสูงขนาดนั้นเพราะหายาก ซึ่งกระเพาะปลาสดจะมีลักษณะเป็นแผ่นแข็งๆ สีเหลือง คล้ายเรซิ่น ก่อนนำไปทำอาหารต้องเอาไปแช่น้ำก่อน
กระเพาะปลามีอยู่ 2 ประเภทด้วยกันคือ
1. กระเพาะปลาแห้งหรือกระเพาะปลาทอด จะมีลักษณะพองกรอบสีเหลือง เมื่อนำมาอาหารเนื้อจะหยุ่นๆ แบบที่ขายกันตามร้านอาหารทั่วไป ได้จากการนำถุงลมของปลาไปทอดจนพองและกรอบน่ารับประทาน
2. กระเพาะปลาสด มักมีขายกันเฉพาะในภัตตาคาร เช่น กระเพาะปลาที่ขายตามภัตตาคาร หูฉลามไชน่าทาวน์สกาล่า จะเป็นกระเพาะปลาสดอย่างดี ราคาอยู่ที่ประมาณ 800 บาท ที่ราคาสูงขนาดนั้นเพราะหายาก ซึ่งกระเพาะปลาสดจะมีลักษณะเป็นแผ่นแข็งๆ สีเหลือง คล้ายเรซิ่น ก่อนนำไปทำอาหารต้องเอาไปแช่น้ำก่อน
ทั้งกระเพาะปลาสดและกระเพาะปลาแห้งถือว่าเป็นภูมิปัญญาในการถนอมอาหารทั้งคู่ จะต่างกันในเรื่องของระยะเวลาในการเก็บเท่านั้น ซึ่งแบบทอดมักจะเก็บได้ไม่นาน เมื่อซื้อมาแล้วก็ควรนำมาปรุงอาหารทันที ส่วนกระเพาะปลาแบบสดนั้นจะเก็บได้นานเป็นปี และนำมารับประทานกันในโอกาสสำคัญๆ เวลาที่เราไปย่านเยาวราชเราจะเห็นว่ามีกระเพาะปลาแห้งใส่ถุงใหญ่ๆ ไว้ขายส่ง ส่วนกระเพาะปลาสดนั้นจะบรรจุกล่องอย่างดี กล่องเล็กๆ ราคากลางๆ อยู่ที่ประมาณ 20,000 บาท แต่ราคานี้ถือว่าไม่แพงเพราะว่ากระเพาะปลาสดบางอย่างนั้นมีราคาสูงเป็นหลักแสน หลักล้าน ยิ่งเก็บไว้นานก็ยิ่งมีราคาแพง
เคยได้อ่านเรื่องราวของครอบครัวคนจีนที่มีการรับกระเพาะปลาจากบรรพบุษเสมือนเป็นมรดกอย่างหนึ่งเลยทีเดียว จึงไม่แปลกใจร้านรับซื้อของเก่าย่านเยาวราช ยกตัวอย่างเช่นร้านชนะแอนติค ที่รับซื้อของโบราณประเภทของตกแต่งบ้านหรือพระเครื่องต่างๆ จะรับซื้อกระเพาะปลาด้วย

กระเพาะปลาแห้ง หรือ กระเพาะปลาทอด

กระเพาะปลาสด
กระเพาะปลาที่คนจีนเรียกกันว่า ฮื้อเผีย ที่กระเพาะปลาเก่ามีราคาแพงขนาดนั้นก็เป็นเพราะเชื่อกันว่ามีสรรพคุณทางยา ช่วยเพิ่มพลังและเป็นอาหารของฮ่องเต้ ชาวจีนนิยมบริโภคกระเพาะปลามาเป็นเวลานานกว่า 1000 ปี ในประเพณีจีนเวลาที่ใครแต่งงานแม่สามีก็มักจะมอบกระเพาะปลาให้กับลูกสะใภ้ เมื่อสะใภ้มีลูก หรือคลอดลูกชายออกมา จะได้เอากระเพาะปลานั้นไปปรุงเป็นอาหารจะได้มีน้ำนมออกมาให้ลูกดื่มเยอะๆ เรียกว่าเป็นโสมจากท้องทะเลเลยก็ว่าได้ การเก็บกระเพาะปลาก็จะเก็บกันอย่างดี มีนำออกแขวนหรือห้อยไว้สูงๆ ให้ได้รับแสงแดด เพราะเชื่อกันว่าแสงอาทิตย์นั้นจะยิ่งช่วยเพิ่มพลัง ดังนั้นกระเพาะปลายิ่งเก่าราคาก็ยิ่งสูงขึ้น
ลักษณะที่ดีของกระเพาะปลาเก่าคือเป็นแผ่นขนาดใหญ่ มีหางที่ยาวหรือคล้ายใบหู ซึ่งลักษณะเหล่านี้จะเป็นตัวบอกว่ากระเพาะปลาอันนั้นได้มาจากปลาอะไร กระเพาะปลาที่มีราคาแพงที่สุดคือกระเพาะปลาที่มาจากปลามังกรทอง (เหมี่ยนฮื่อ) หรือกิมจี้ ซึ่งเป็นชื่อเรียกปลาเมี้ยนสายพันธุ์หนึ่ง มีถิ่นที่อยู่แถบทะเลจีนใต้

ปลากี่กิมเหมี่ยงฮื่อหรือปลามังกรสีทอง ปลาเจ้าของกระเพาะที่แพงที่สุด เป็นปลาใหญ่อยู่ในทะเลน้ำลึก เป็นปลาที่หายาก นานๆ จะจับได้ซักครั้ง และปัจจุบันได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายของจีน ส่วนกระเพาะปลาที่มีราคาแพงรองลงมาก็ได้มาจากปลากิมเล้งฮื้อ ปลาเชียะชุ้ยเมี่ยงฮื้อและปลาโถวเมี่ยงฮื้อ
ลักษณะที่ดีของกระเพาะปลาเก่าคือเป็นแผ่นขนาดใหญ่ มีหางที่ยาวหรือคล้ายใบหู ซึ่งลักษณะเหล่านี้จะเป็นตัวบอกว่ากระเพาะปลาอันนั้นได้มาจากปลาอะไร กระเพาะปลาที่มีราคาแพงที่สุดคือกระเพาะปลาที่มาจากปลามังกรทอง (เหมี่ยนฮื่อ) หรือกิมจี้ ซึ่งเป็นชื่อเรียกปลาเมี้ยนสายพันธุ์หนึ่ง มีถิ่นที่อยู่แถบทะเลจีนใต้

ปลากี่กิมเหมี่ยงฮื่อหรือปลามังกรสีทอง ปลาเจ้าของกระเพาะที่แพงที่สุด เป็นปลาใหญ่อยู่ในทะเลน้ำลึก เป็นปลาที่หายาก นานๆ จะจับได้ซักครั้ง และปัจจุบันได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายของจีน ส่วนกระเพาะปลาที่มีราคาแพงรองลงมาก็ได้มาจากปลากิมเล้งฮื้อ ปลาเชียะชุ้ยเมี่ยงฮื้อและปลาโถวเมี่ยงฮื้อ
ลักษณะของปลาเมี้ยน
ปลาเมี้ยนมีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไป เช่นปลาจวดยักษ์ ปลาแม้น ปลาอังกัว หรือที่คนจีนเรียกว่าปลาเหมี่ยนฮื่อ ในบ้านเราเป็นอีกสายพันธุ์หนึ่งของปลาเมี้ยนซึ่งมักจะพบอยู่แถวจังหวัดระนอง มีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับปลากระพงตัวใหญ่ๆ จัดว่าอยู่ในตระกูลเดียวกันกับปลาจวด หรือปลาม้า เป็นปลาทะเลที่อาศัยอยู่ตามหน้าดินที่มีลักษณะเป็นดินโคลนหรือโคลนปนทราย ตั้งแต่บริเวณชายฝั่งไปจนถึงบริเวณน้ำลึกมากกว่า 200 เมตร มีถิ่นที่อยู่ทั้งแถบอเมริกาใต้ อินเดีย อินโดนีเซีย จีน พม่าและไทย ซึ่งความแตกต่างของภูมิประเทศก็จะทำให้ปลาเมี้ยนมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป การจับปลาเมี้ยนบ้านเราจะใช้วิธีวางอวนหรือตกเบ็ดด้วยเหยื่อปลาหมึกหอม ราคาปลาเมี้ยนก็จะขึ้นอยู่กับขนาดของปลาด้วย เช่นปลาเมี่ยนที่มีน้ำหนัก 12 กิโลกรัมราคารับซื้อจะอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 200 บาท ขนาดเล็กลงมาราคาก็จะอยู่ที่ประมาณ 180-200 บาท
ขั้นตอนการทำกระเพาะปลาสด
1. หลังจากที่ได้ปลาเมี้ยนมาแล้วก็จะใช้มีดเล็กๆ กรีดตรงส่วนท้องของปลาแล้วใช้มือล้วงเอากระเพาะลมซึ่งอยู่ลึกเข้าไปด้านหลังกระเพาะอาหารของปลา ส่วนอื่นๆของปลาก็นำไปทำอาหารต่างๆ
2. ถุงลมของปลาเมี้ยนที่มีลักษณะคล้ายกับหัวไชเท้าขนาดย่อมๆ จะถูกนำมาล้างทำความสะอาด เพื่อเอาไขมัน เลือดและดึงพังผืดออกให้หมด
3. จากนั้นถุงลมจะถูกนำมาเจาะเพื่อปล่อยเอาลมออก จากนั้นจะใช้มีดกรีดบริเวณกึ่งกลางเป็นเส้นยาว
4. แล้วใช้กรรไกรตัดตามรอยมีดที่กรีดไว้ แล้วนำไปล้างให้สะอาดอีกครั้งหนึ่ง
5. ถุงลมปลาจะถูกนำไปตากให้แห้งในห้องแอร์เพื่อให้ได้รูปทรงที่สวยงาม และมีการจัดแต่งรูปทรงเป็นระยะๆ ใช้เวลา 3-5 วันกระเพาะปลาเมี้ยนจะแห้งแข็งคล้ายกับเรซิ่น พร้อมส่งไปขายให้พ่อค้าชาวจีนต่อไป ซึ่งผู้ผลิตกระเพาะปลากล่าวว่า การตากปลาในห้องแอร์จะได้รูปทรงของกระเพาะปลาที่สวยงามกว่าการตากให้แห้งด้วยแสงแดด
ขั้นตอนการทำกระเพาะปลาสด
1. หลังจากที่ได้ปลาเมี้ยนมาแล้วก็จะใช้มีดเล็กๆ กรีดตรงส่วนท้องของปลาแล้วใช้มือล้วงเอากระเพาะลมซึ่งอยู่ลึกเข้าไปด้านหลังกระเพาะอาหารของปลา ส่วนอื่นๆของปลาก็นำไปทำอาหารต่างๆ
2. ถุงลมของปลาเมี้ยนที่มีลักษณะคล้ายกับหัวไชเท้าขนาดย่อมๆ จะถูกนำมาล้างทำความสะอาด เพื่อเอาไขมัน เลือดและดึงพังผืดออกให้หมด
3. จากนั้นถุงลมจะถูกนำมาเจาะเพื่อปล่อยเอาลมออก จากนั้นจะใช้มีดกรีดบริเวณกึ่งกลางเป็นเส้นยาว
4. แล้วใช้กรรไกรตัดตามรอยมีดที่กรีดไว้ แล้วนำไปล้างให้สะอาดอีกครั้งหนึ่ง
5. ถุงลมปลาจะถูกนำไปตากให้แห้งในห้องแอร์เพื่อให้ได้รูปทรงที่สวยงาม และมีการจัดแต่งรูปทรงเป็นระยะๆ ใช้เวลา 3-5 วันกระเพาะปลาเมี้ยนจะแห้งแข็งคล้ายกับเรซิ่น พร้อมส่งไปขายให้พ่อค้าชาวจีนต่อไป ซึ่งผู้ผลิตกระเพาะปลากล่าวว่า การตากปลาในห้องแอร์จะได้รูปทรงของกระเพาะปลาที่สวยงามกว่าการตากให้แห้งด้วยแสงแดด
นอกจากปลาเมี้ยนแล้วบ้านเรายังมีการนำปลาอื่นๆ มาทำกระเพาะปลา เช่น ปลาริวกิว ปลากด ปลาจวด ปลากะพง ปลาตาหวาน หรือปลาม้าซึ่งปลาน้ำจืด ส่วนปลาไหลทะเล จะเป็นปลาที่มีถุงลมยาวตามลักษณะของปลาไหล ถุงลมปลาไหลต้องใช้เวลานาน 4-5 เพื่อตากให้แห้งจากนั้นก็นำไปทำอาหารได้เลย แต่คนส่วนมากมักจะนิยมนำไปทอดเสียก่อน
การทำกระเพาะปลาทอดถือว่าเป็นอุตสาหกรรมอย่างหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่นที่โรงงาน เก่งการทอด จังหวัดราชบุรี โดยในขั้นตอนการทอดนั้นต้องมีการนำถุงลมปลาตากแห้งลงไปอุ่นในน้ำมันก่อนเพื่อให้นิ่มขึ้น พอนิ่มได้ที่แล้วกระเพาะปลาจะลอยขึ้นมา แล้วถูกตักไปทอดในน้ำมันร้อนๆ อีกที กระพองปลาจะพองตัวใหญ่ขึ้น 3-4 เท่า เมื่อกระเพาะปลาพองตัวเต็มที่ก็จะถูกตักขึ้นมาพักไว้ให้เย็นลงที่อุณภูมิห้อง จากนั้นก็จะถูกนำมาบรรจุใส่ถุง ปิดผนึกอย่างดีไม่ให้อากาศเข้าไปได้ แล้วปิดฉลากตามชนิดของปลา แล้วก็ส่งไปจำหน่ายกันทั่วประเทศ

กระเพาะปลาผัดกับเซเลอรี่ แครอท และเห็ดหอม © nasilemaklover
ก็ได้ทราบกันแล้วนะคะว่า กระเพาะปลาทำมาจากอะไร แต่ถ้าดูเผินๆ กระเพาะปลาทอดอาจจะคล้ายๆ กับหนังหมูทอด แต่ต่างกันตรงที่ผิวของกระเพาะปลาทอดจะมีความเนียนเรียบกว่า ส่วนหนังหมูทอดจะหยาบกว่า เนื้อสัมผัสหลังจากนำมาทำเป็นอาหาร กระเพาะปลาจะมีความหยุ่น เหนียวนิ่ม ในขณะที่หนังหมูทอดจะมีเนื้อสัมผัสที่กระด้างกว่า ดังนั้นเวลาซื้อก็ควรสังเกตุให้ดีว่าเป็นกระเพาะปลาหรือหนังหมูทอด
ที่มา : รายการกบนอกกะลา จากทีวีบูรพา
https://maanow.com//อาหาร/163-กระเพาะปลาทำมาจากอะไร.html



















让女人年轻的花胶品种–花胶之冠:白花胶!
您了解白花胶吗?白花胶的特征是什么?白花胶的鱼种又是什么?相信很多朋友都不一定回答得上来。汕头滋源堂在这里与您分享最详细、最专业的白花胶相关知识。
一、白花胶的鱼种——黄姑鱼属
中山大学生命科学学院在一份研究报告中指出,通过基因序列分析表明,白花胶与浅色黄姑鱼(Nibea coibor haplotype,也叫“库氏黄姑鱼”)的相似度为100%。

浅色黄姑鱼,属于鲈形目,石首鱼科,黄姑鱼属。分布于印度西太平洋区,包括泰国、印尼、孟加拉、中国等海域,栖息深度可达40米,体长可达60厘米,栖息在沿海海域、河口区,属肉食性,以小鱼及无脊椎动物为食,可作为食用鱼。
该鱼肉质细嫩,口感独特,味道鲜美,其鱼鳔就是白花胶,又名“白奈”、“溪袄”、“红袄”,是名贵的中药补品,具有很高的药用价值。
二、黄姑鱼鱼鳔形状及白花胶的特征
根据国外一些学术研究报告,黄姑鱼耳石及鱼鳔形状如下图:

各产地白花胶的鱼鳔形状虽大致相同,但特点不尽相同,加上人们把鱼鳔取出、剖开的手法也不同,因此造就了同一种鱼胶不同的胶体形状。下面的鱼胶有各种形状,有筒状的,有片状的(鱼鳔剖开,就叫“片”;不剖开,就叫“筒”),都是白花胶。

白花胶的特征:
1、胶质细腻,纹路为“人”字纹或布纹:

2、胶体具有一对法令线:

3、法令线的旁边有一排出水孔

4、白花胶胸部有一“舌”(行内话)。

三、白花胶的功效
白花胶素称“花胶之冠”,白花胶作为鱼胶中名贵的品种之一,具有固本培元、补气活血、补肾益精等功效,对胃炎、支气管炎、哮喘等症疗效显著。实践证明,经常食用鱼胶,能提高自身免疫力。
白花胶的个头虽小,但是功效却不小。白花胶中富含胶原蛋白,其养颜抗皱、美容的效果非常好,口感软滑爽口,比普通的赤嘴鱼胶口感功效都要好,一直都是香港人养颜美容的奢侈品。

四、白花胶的价格
浅色黄姑鱼属小型海洋鱼类,因此它的鱼胶——白花胶一般个头都很小。但从品种上来说,仅次于金钱鳘鱼胶、房胶和蜘蛛胶,优于赤嘴鳘鱼胶和其它种类鱼胶。
白花胶的价格在行内一般都使用“钱价”,就是以“钱”论价(这里的“钱”是指重量,就是看平均一个白花胶的重量是多少“钱”,越重的斤价越贵)。比如均重2钱(即10g)的白花胶价格为4000元/斤,那么均重4钱(即20g)白花胶价格则为8000元/斤,价格随着重量上升。
原文阅读:https://t.cn/RfthX3Z
越南鱼胶 上百个花胶种类
分享:网友作者:来源:网络2017-09-04 17:29:24
@鱼胶大王小鸽(vx+qq+tel=156 0588 6663)
很多人在买鱼胶的时候,都会碰到一个问题:这么多鱼胶品种,应该选哪一种?的确,鱼胶的鱼泡做的,那么多的鱼,成就了千千万万种鱼胶品种,而且不同的鱼胶价格怎么差别非常大!
这篇文章详细介绍近30种市面上最常见的鱼胶,由于篇幅比较大,分上、中、下三篇分别叙述,大家耐心看,一定会有收获。
1、金钱鳘鱼胶(小须金钱鳘鱼胶)
金钱鳘鱼胶是全球最顶级的花胶,贵称“花胶之王”。其鱼胶就是黄唇鱼的鱼鳔。
黄唇鱼又叫金钱鳘、金钱猛鱼,主要分布于我国长江口以南至香港的海域。这种鱼常年躲在深海洞里,不吃鱼饵,数量稀少,黄唇鱼听觉极其敏锐,游走速度极快,故极难猎捕,只有在每年3至6月会游到中上层繁殖才有极少的可能捕获,好多渔民三代人都难以遇到或看到,故金钱鳘鱼被渔民誉为神鱼,要修来八辈子的福份才能拥有金钱鳘鱼胶。
金钱鳘鱼胶被视为最高级别滋补品,甚为珍贵,素有“贵过黄金”之说,常被富贵人家视为救命稻草的家传之宝。
下图就是渔民捕获的金钱鳘鱼:

黄唇鱼是上等大补品,甚为珍贵,有“贵过黄金”之说。具有滋补身体、补血止血、抗老防衰、增加免疫功能、防癌抗癌、活血壮阳的特殊功效,是生命延长的神灵药。用于老弱病残的补品和妇女产后出血的止血脱虚别具效验。尤其是白血病、肺癌、胃癌等有神奇的功效。
黄唇鱼胶有公母之分,公优于母。
下图是一个陈年黄唇鱼胶的公胶,近日以230万人民币的价格卖出!!


下图为黄唇鱼胶的母胶。
这块黄唇鱼母胶即刻闪耀着黄金般的光芒。只有超过50年以上的黄唇鱼胶才有这样的色泽。此胶距今已有70年的历史。此胶重量为14两。按照民间10斤鱼1两胶的说法,这只鱼胶对应的黄唇鱼体重应该超过140斤!及其珍贵!

2、墨西哥金钱鳘鱼胶(大须金钱鳘鱼胶)
墨西哥加利福尼亚湾石首鱼,又被称为加州犬型黄花鱼。这种鱼类的鱼鳔被称为“黄花胶”,被视作花胶中的顶级货色。从2008年开始,黄花胶的价格一路飙升,2011年,墨西哥金钱胶单价一度达到每千克100万港元。
下图是墨西哥加利福尼亚湾石首鱼:

近年海洋资源的日渐枯竭,顶级鱼胶品种越来越罕见难寻,甚至几乎绝种,所以一些陈年、高档的鱼胶逐渐被列为收藏品。收藏级的鱼胶需要考虑重量和价值,一件胶形完美而品种稀缺的高档“金钱鳘”则被列为宝中之宝。墨西哥石首鱼的鱼胶和黄唇鱼胶均被称为“金钱鳘鱼胶”,为了区分这两种鱼胶,根据鱼鳔上“须”的长短,因此称黄唇鱼鳔为“小须金钱”,称加利福尼亚湾石首鱼鱼鳔为“大须金钱”。
墨西哥石首鱼的鱼肚制成花胶后,有两条长须,外形鱼黄唇鱼相似。
金钱鳘,是最为名贵的滋补品,有滋阴润肺、滋补肝肾等作用,特别是具有止血特效。它的止血作用在民间久经考验,几十年来,身边有很多用药成功的例子。可用于治疗多种出血疾病,对重症病人术后身体恢复有明显辅助效果。亦可用于治疗肺结核、风湿性心脏病、再生障碍性贫血、脉管炎等症,且对防治过敏性出血紫斑病、肾亏腰痛、食道癌也有一定的疗效。
下图是墨西哥金钱鳘鱼胶(大须金钱鳘鱼胶):


大须金钱鳘鱼胶的形状与小须金钱鳘鱼胶非常相似,鱼鳔呈圆筒型,外表光滑、无出水洞,鳔的前端也有一对长长的“须”。这两种鱼胶均被称为“金钱鳘鱼胶”,人们为了区分这两种鱼胶,根据鱼鳔上“须”的特点,称黄唇鱼鳔为“小须金钱”,称加利福尼亚湾石首鱼鱼鳔为“大须金钱”。
下图中:左为小须金钱鳘鱼胶,右为大须金钱鳘鱼胶

3、蜘蛛胶(蜘蛛肚)
蜘蛛胶(小鳞波曼石首鱼),产地一般为泰国、印尼、马来西亚和越南,前两产地市面上相当的稀少,价格不菲,市面上见到的基本都是越南产地的,价格相对较为便宜。
蜘蛛胶对于治疗支气管炎、咳嗽、哮喘等效果显著,有滋阴补肾、养胃润肺、益精健脾、补血理气等功效,同时也是美容养颜、强身健体之佳选,能够增强人体抵抗力,预防小孩食欲不振,并可用于治疗肺结核等症。
根据民间例子,对于肺出血、胃出血等情况,食用蜘蛛胶止血效果良好,并能帮助身体恢复。
下图是蜘蛛胶:


蜘蛛胶在香港名气非常高,价格一直呈上升趋势。蜘蛛胶有公母之分,香港人在选择蜘蛛胶时特别喜欢肚子中间有条“筋”的,实际上这种是蜘蛛胶公胶,香港人喜欢吃鳘肚公、蜘蛛公等公肚,蜘蛛胶的母胶则没有“筋”。

注:越南蜘蛛胶 ≠ 蜘蛛胶
某宝或者市面上有些名为“越南蜘蛛”的鱼胶,价格便宜,并不是这种真正的蜘蛛胶,多为咸水黄花胶(海鲈鱼胶)。这是一些商家冲着“蜘蛛胶”的名气,又为了区分真正意义的“蜘蛛胶”而想出的一个名字“越南蜘蛛”。
下面这些,某宝上号称“越南蜘蛛胶”的,都是黄花胶(鲈鱼胶)!!!!

下图中,是某宝上的“非洲蜘蛛胶”,非洲不产蜘蛛胶,此胶实为安南胶(市场上也叫双牙胶、金龙胶)

4、白花胶
白花胶,是取自名贵的小型鱼种“黄姑鱼”的鱼鳔,黄姑鱼别名黄婆鸡,是石首鱼科。
白花胶素称“花胶之冠”,功效、口感一流,具有固本培元、补血活血、滋补肝肾等功效,其养颜抗皱、美容的效果非常好,比普通的赤嘴鳘鱼胶还要好,一直都是香港人养颜美容的奢侈品。白花胶在对胃炎、支气管炎等病症上也有不错的疗效。
下图是黄姑鱼:

白花胶,个头一般都很小,超过1两多~2两的极为少见,一般为1个几克至几十克不等,主要产自泰国、印尼、孟加拉等地,野生白花鱼胶现在基本上是找不到的,只有养殖的才有。而国内养殖白花胶产地为广东沿海一带和浙江沿海一带,为海水网箱养殖,如饶平、东莞等地养殖场。
白花胶的产量是北海花胶的10分之一,赤嘴花胶的5分之一。
各产地白花胶的鱼鳔形状虽大致相同,但特点不尽相同,加上人们把鱼鳔取出、剖开的手法也不同,因此造就了同一种鱼胶不同的胶体形状。下面的鱼胶有各种形状,有筒状的,有片状的(鱼鳔剖开,就叫“片”;不剖开,就叫“筒”),都是白花胶。
下图是,本港海水网箱养殖白花胶:

下图是,印尼野生白花胶:

下图是,不同形状的东南亚海域野生白花胶

下图是,泰国、印尼等海域的野生白花胶

5、赤嘴鳘鱼胶
赤嘴鳘,属于珍贵鱼种,具有很高的营养价值,赤嘴鳘鱼肚的是鱼类中的精品。由于赤嘴鳘稀少罕见,市场价格奇高,自古就有“有钱吃鮸,无钱免吃”的说法评价鳘鱼价格的昂贵。野生赤嘴鳘鱼主要来自印度洋-西太平洋区,国内野生赤嘴鳘资源基本枯竭,主要为海水网箱养殖。
赤嘴鳘鱼胶是最为复杂的鱼胶品种,原因有多种:
其一,赤嘴鳘鱼胶的鱼种并非单一的一种,从目前的研究资料看,起码有双棘原黄姑鱼、鮸鱼、毛鲿鱼等三种不同的鱼种。
几种赤嘴鳘鱼,其鳔形有的是“小耳朵”,有的是“大耳朵”,外形上有些许差别。
其二,赤嘴鳘鱼胶从不同的分类方法可分为多种不同的赤嘴鳘胶,而且有时候有交集,如某种鱼胶,从产地上来说是缅甸赤嘴,但从款式上来说它是红鸡赤嘴。

赤嘴鳘鱼胶按产地、款式及不同鱼种综合分为以下品种: 湛江赤嘴、台山赤嘴、阳江赤嘴、金兰赤嘴、缅甸赤嘴、红鸡赤嘴、泗水赤嘴、大耳赤嘴、厚肚赤嘴、石肚及土鳘等等。
详见下图,各种赤嘴鳘鱼胶:

不同品种的赤嘴鳘鱼胶,在价格上存在很大差异。
湛江赤嘴、台山赤嘴、红鸡赤嘴等品种由于受市场热捧,名气高涨,商家及产地渔民争相效仿,或以物理等方法将鱼胶定型为指定款式,鱼胶相对更加干净清洁,价格也会高一些。
象一代石肚(几十年前的真正的本港野生石肚赤嘴),价格可高达十几万。
--------------------------
------------------------------------------------------------------------
转载请保留本文连接:http://www.ehuatong.org/guoji/76053.html
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น